กรมขุนรามินทรสุดา

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กรมขุนรามินทรสุดา
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาสมเด็จพระเจ้าขุนรามณรงค์
สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 1

กรมขุนรามินทรสุดา หรือ เจ้าครอกชี[1] เป็นพระธิดาพระองค์เดียวในสมเด็จพระเจ้าขุนรามณรงค์ ซึ่งเป็นพระเชษฐาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

พระประวัติ

กรมขุนรามินทรสุดา เป็นพระธิดาเพียงองค์เดียวของสมเด็จพระเจ้าขุนรามณรงค์[2] ไม่ปรากฏนามพระมารดา[3] ประสูติก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา ตอนที่พระบิดายังมียศเป็นขุนรามณรงค์[1]

เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาแตก พระองค์ได้ถูกพม่ากวาดต้อนไปพร้อมเชลยอื่น ๆ ได้พำนักอยู่ที่เมืองทวายเป็นระยะเวลา 25 ปี[1] และผนวชเป็นรูปชีที่วัดแห่งหนึ่ง โดยมีเนมะกะยอดิน หรือ มังจันจ่า พระยาทวายเป็นผู้อุปถัมภ์และปกปิดพม่ามิให้รู้ และภายหลังพระยาทวายได้สวามิภักดิ์กับกรุงรัตนโกสินทร์ จึงได้กราบบังคมทูลมาว่ามีพระราชภาคิไนยพลัดมาอยู่ที่เมืองทวายพระองค์หนึ่ง[4] พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชให้เจ้าพระยายมราช (นามเดิมว่าทองอิน เป็นเจ้าพระยายมราชท่านแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่ปรากฏว่ามีบุตรหลานสืบสายลงมา) ขึ้นไปทวาย เจ้าพระยายมราช (ทองอิน) ได้จัดการส่งพระองค์เจ้าชีเสด็จโดยทางเรือจากเมืองทวาย มาถึงแม่น้ำน้อย เมืองกาญจนบุรี

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทเสด็จออกไปรับพระองค์เจ้าชี ทั้งสองพระองค์ ความในพงศาวดาร กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า

"เจ้าพระยายมราชก็ส่งพระองค์เจ้าชีมากับพระราชาพิมลแลข้าไทชาวกรุงตามเสด็จพระองค์เจ้าชีลงมาเป็นอันมาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ทรงไต่ถามทุกขศุขตั้งแต่ตกไปอยู่เมืองอังวะแล้ว หลบหลีกลงมาได้จนถึงเมืองทวาย พระองค์เจ้าชีเล่าถวายถึงความทุกขยากลำบาก แล้วก็ทรงพระกันแสง สมเดจพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ก็กลั้นน้ำพระเนตรมิได้ รับสั่งให้พระองค์เจ้าชีลงสรงอุทกวารีอยู่ที่หาดทรายทำไว้ในแม่น้ำน้อย แล้วสรงน้ำปริตรแล้วก็ให้เรียกเรือมารับพระองค์เจ้าชี แลข้าไทที่ตามมานั้นเปนเรือหลายลำด้วยกัน ก็ให้สนมกรมวังนำส่งพระองค์เจ้าชีเข้ามา ณ กรุงเทพฯ"

เจ้าครอกชีสิ้นพระชนม์เมื่อใดไม่ปรากฏเป็นที่แน่ชัด บ้างก็ว่าสิ้นพระชนม์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก บ้างก็ว่าสิ้นพระชนม์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย[2] แต่ที่ถูกต้องน่าจะเป็นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพราะพ.ศ. 2361 ยังมีพระชนม์อยู่[5] สถานที่เก็บรักษาพระอัฐิของพระองค์อยู่ที่หอพระนาก พระโกศของพระองค์อยู่ในพระเบญจาชั้นที่ 1 เมื่อถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาพระอัฐิเป็น กรมขุนรามินทรสุดา

อ้างอิง

  1. 1.0 1.1 1.2 จุลลดา ภักดีภูมินทร์ (13 มีนาคม 2544). "พระสัมพันธวงศ์เธอ". สกุลไทย. สืบค้นเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2557.
  2. 2.0 2.1 "ราชสกุลวงศ์" (PDF). กรมศิลปากร, สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์. สืบค้นเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2557.
  3. "ปฐมวงศ์". Accom Thailand. สืบค้นเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2557.
  4. องค์ บรรจุน. สยามหลากเผ่าหลายพันธุ์. กรุงเทพฯ:มติชน. 2553, หน้า 189-190
  5. พระราชพงษาวดาร-กรุงรัตนโกสินทร-รัชกาลที่-๒/๕๖-เรื่องสร้างสวนขวา
The article is a derivative under the Creative Commons Attribution-ShareAlike License. A link to the original article can be found here and attribution parties here. By using this site, you agree to the Terms of Use. Gpedia Ⓡ is a registered trademark of the Cyberajah Pty Ltd.